ลองจินตนาการดูว่า หากในวันใดวันหนึ่งถนนเส้นเดียว ที่คุณ เลือกใช้ในการขนส่งสินค้า ได้รับผลกระทบจนใช้งานไม่ได้เลย ระบบการทำงานและผลกำไร ของคุณ จะได้รับความเสียหายมากขนาดไหน นี่คือ ภาพจำลองของวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น บนเวทีการเมืองและเศรษฐกิจโลก และมัน กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ของโครงสร้างพลังงานและการขนส่ง ให้แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
รัฐมหาอำนาจด้านพลังงานอย่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่เรา รู้จักกันในชื่อสั้นๆ ว่า UAE กำลังเร่งเครื่องอย่างเต็มกำลังในการ สร้างระบบท่อส่งน้ำมันขนาดใหญ่ ที่ มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง เส้นทางยุทธศาสตร์ของพื้นที่ตะวันออกกลาง ทั้งหมดเพื่อเป้าหมายหลักคือ "หลบหลีก" ความเสี่ยงรอบด้านของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่อันตรายที่สุด หลังจากที่ รัฐบาลอิหร่านทำการตอบโต้ด้วยการ ควบคุมการสัญจรผ่านน่านน้ำดังกล่าว เพื่อ ตอบโต้และแสดงจุดยืนต่อ ความร่วมมือด้านความมั่นคงของสหรัฐและอิสราเอล ที่มีจุดเริ่มต้นการเผชิญหน้ามาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในระดับสากลนี้ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องไกลตัวหรือข่าวนโยบายระหว่างประเทศ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน แต่มันคือ แม่แบบการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคม ที่ ผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพ สมควรนำมาวิเคราะห์และเรียนรู้ เนื่องจาก ปรัชญาและหลักการบริหารที่อยู่เบื้องหลัง คือ หัวใจสำคัญของการนำพาองค์กร ให้รอดพ้นจากอุปสรรคและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
เมื่อทางเลือกเดียวคือความเสี่ยงสูงสุด บทเรียนการกระจายความเสี่ยงระดับโลก
ทุกคนในแวดวงพลังงานทราบดีว่า น่านน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ คือช่องทางการกระจายพลังงานหลักของโลก ซึ่งใน สถานการณ์การค้าในเกณฑ์ปกติ ปริมาณน้ำมันดิบเกือบหนึ่งในห้าของโลก จำเป็นต้องเคลื่อนผ่านช่องทางขนาดเล็กนี้ เพื่อส่งต่อไปยังผู้บริโภคทั่วทุกมุมโลก แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดการปิดกั้น ราคาขายปลีกและขายส่งน้ำมันจะดีดตัวสูงอย่างรุนแรง ส่งผลให้กลุ่มประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า ต้องเผชิญหน้ากับภาวะวิกฤตต้นทุน และ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคการผลิตอื่นๆ
หากมองย้อนกลับไปจะพบว่า ยูเออี มองเห็นสัญญาณเตือนภัยและภัยคุกคามนี้มานานแล้ว นั่นจึงเป็น เหตุผลหลักที่พวกเขาตัดสินใจ พัฒนาเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบฮับชาน-ฟูไจราห์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ ซึ่งช่วยให้ประเทศสามารถ เคลื่อนย้ายพลังงานดิบปริมาณกว่า 1.8 ล้านบาร์เรลในแต่ละวัน ตรงไปยังจุดกระจายสินค้าโดยไม่ต้องผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซแม้แต่หยดเดียว และเป้าหมายล่าสุดคือการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ให้มีความพร้อมและรองรับปริมาณได้มากขึ้นเป็นทวีคูณ เพื่อผลักดันให้ท่าเรือฟูไจราห์สามารถ จัดการกับปริมาณพลังงานได้ระหว่าง 3 ถึง 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เมื่อเรานำกรณีศึกษาระดับประเทศนี้มาเปรียบเทียบกับภาคธุรกิจ การที่เรายึดติดอยู่กับช่องทางสร้างรายเดิมๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากการที่คุณพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่รายเดียว ที่ครองสัดส่วนยอดขายมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด จริงอยู่ที่พฤติกรรมนี้อาจจะสร้างความสะดวกสบาย ในขีดจำกัดที่คุณยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ถ้าวันใดที่โครงสร้างนั้นเกิดปัญหาขึ้นมา ระบบการเงินของบริษัทคุณก็พร้อมที่จะพังทลายลงในพริบตา ดังคำกล่าวที่ว่า "การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่สิ่งที่เป็นทางเลือกเสริม" ทว่าเป็นหัวใจหลักที่ทุกองค์กรต้องยึดถือปฏิบัติ
ผู้นำสั่งเร่งเครื่องแบบเต็มกำลัง บทเรียนเรื่องความรวดเร็วในการตัดสินใจ
แง่มุมที่ไม่ควรมองข้ามในกรณีศึกษาครั้งนี้ คือประสิทธิภาพของความเร็วในการขับเคลื่อนโครงการ โดยผู้นำระดับสูงอย่างมกุฎราชกุมารแห่งรัฐอาบูดาบี ทรงใช้อำนาจบริหารสั่งการให้กลุ่มธุรกิจพลังงานของรัฐ อย่าง ADNOC เร่งรัดและผลักดันโครงสร้างพื้นฐานนี้ เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังทวีความรุนแรง
สำหรับโลกการค้ายุคใหม่ที่ทุกวินาทีมีมูลค่าเป็นเงินทอง ความเร็วในการตัดสินใจถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุด ทว่าผู้ประกอบการรายใหม่ส่วนใหญ่มักจะจมอยู่กับ การประเมินสถานการณ์ที่ซับซ้อนจนละเลยการปฎิบัติจริง หลายคนเลือกที่จะรอให้ทุกปัจจัยเอื้ออำนวยอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นก้าวแรกในการทำธุรกิจ ทว่าในสมรภูมิธุรกิจที่แท้จริงนั้น โอกาสที่ดีและผลตอบแทนที่คุ้มค่ามักจะเปิดรับ แม้ว่าจะยังมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ไม่ครบทั้งหมดก็ตาม
เราจะเห็นว่าผู้บริหารระดับสูงของประเทศไม่ได้ นอนใจและรอให้วิกฤตการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลงไปเอง หากแต่เริ่มลงมือปฏิบัติการเชิงรุกตั้งแต่ตอนนี้ เพราะพวกเขาทราบดีว่าการปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ทำอะไร คือการทำลายโอกาสในการแข่งขันและสร้างความเสียหายในระยะยาว
บทเรียนของการปลดพันธนาการ เมื่อโครงสร้างเดิมฉุดรั้งศักยภาพการเติบโต
ประเด็นความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ที่หลายฝ่าย แต่อาจจะยังไม่มีการวิเคราะห์ในมุมมองธุรกิจมากนัก ได้แก่การที่รัฐบาลยูเออีประกาศยุติความสัมพันธ์ กับพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อย่างโอเปก ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดสถานะสมาชิกภาพที่ยาวนาน
การเลือกที่จะเป็นอิสระจากกรอบนโยบายเดิม มีความหมายสำคัญว่าทางยูเออีจะได้รับเอกสิทธิ์ จากข้อจำกัดและเพดานการผลิตน้ำมันดิบ ที่เคยเป็นไปตามการชี้นำของชาติแกนนำมาโดยตลอด ทำให้ในปัจจุบันพวกเขามีอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ และกำหนดปริมาณการส่งออกได้ตามความต้องการของตนเอง โดยกำหนดเป้าหมายเชิงรุกเพื่อผลักดันยอดการผลิต ให้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในอนาคตอันใกล้
บทเรียนสำหรับผู้ประกอบการและคนทำงานยุคใหม่ การที่องค์กรของคุณอยู่ในเครือข่ายหรือสมาคม ที่สร้างความรู้สึกปลอดภัยและเป็นเกราะป้องกันภัย แท้จริงแล้วอาจจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่คอยเหนี่ยวรั้ง และจำกัดขีดความสามารถในการเติบโตของคุณโดยไม่รู้ตัว ถ้าหากสภาพแวดล้อมเดิมเริ่มส่งผลเสียและจำกัดการเติบโต การตัดสินใจก้าวออกมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงภายนอก อาจจะเป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ถึงแม้จะต้องเจอกับความท้าทายและอุปสรรคในช่วงเริ่มต้น ทว่าผลลัพธ์ที่ได้คือเสรีภาพในการกำหนดอนาคต และขยายขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไร้ขีดจำกัด
พันธมิตรเชิงกลยุทธ์และการจับมือกับอินเดีย บทเรียนการสร้างความสัมพันธ์แบบวิน-วิน
นอกเหนือไปจากการทุ่มงบประมาณในการสร้างท่อส่งน้ำมัน ทางรัฐบาลยูเออียังได้เดินหน้าสร้างข้อตกลง และยกระดับความสัมพันธ์กับมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างอินเดีย อย่างใกล้ชิดและจริงจังในช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงอาบูดาบี Of นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี สองประเทศได้ร่วมมือกันลงนามในข้อตกลงเชิงยุทธศาสตร์ ให้สิทธิ์แก่ UAE ในการจัดเก็บและสำรองน้ำมันดิบ คิดเป็นตัวเลขจำนวนมากกว่าสามสิบล้านบาร์เรล ไว้ภายในพื้นที่คลังสำรองทางยุทธศาสตร์ใต้ดินของอินเดีย
นี่คือโมเดลการทำธุรกิจร่วมกันในลักษณะ ที่มีการแลกเปลี่ยนคุณค่าซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์ ประโยชน์ที่ทางฝั่ง UAE จะได้รับโดยตรงคือ พื้นที่และระบบจัดเก็บพลังงานที่มีความปลอดภัยสูง ช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของประเทศอินเดียเอง ก็จะได้ประโยชน์ในแง่ของการเข้าถึงทรัพยากร พร้อมทั้งมีความสามารถในการป้องกันและรับมือ จากภาวะเงินเฟ้อและราคาเชื้อเพลิงที่อาจดีดตัวสูงขึ้นในอนาคต
สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องนำมาถอดรหัสความคิด คือการมองหาและสร้างพันธมิตรที่แท้จริง การหาคนมาซื้อสินค้าหรือบริการของคุณเท่านั้น แต่เป็นการเสาะแสวงหาผู้เล่นที่มีปัญหาที่สอดคล้องกับศักยภาพของคุณ ซึ่งคุณมีทางออกที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เขาได้ และเขาก็พร้อมที่จะสนับสนุนเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของคุณ เนื่องจากมิตรภาพและการร่วมทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ล้วนมีพื้นฐานมาจากระบบผลประโยชน์ที่ลงตัวและเกื้อกูลกันอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจในลักษณะที่มีฝ่ายเดียวกอบโกยผลประโยชน์
การมองการณ์ไกลในตลาดเอเชียและการวางรากฐานเพื่ออนาคต
อีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือวิสัยทัศน์ การที่ประเทศ UAE เลือกที่จะวางตำแหน่งทางการค้า ในฐานะผู้ส่งมอบทรัพยากรที่มีความคล่องตัวสูง และสามารถตอบสนองความต้องการของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีอัตราการบริโภคน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง และยังไม่สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดได้ในทันที ตรงกันข้ามกับสภาวะการณ์ในซีกโลกตะวันตก ที่เริ่มรณรงค์และผลักดันนโยบายลดการใช้คาร์บอน พร้อมทั้งหันไปพึ่งพาพลังงานทดแทนรูปแบบใหม่ๆ อย่างจริงจัง แต่ในทางกลับกัน ความต้องการในพื้นที่เอเชีย จะยังคงทรงอิทธิพลและเป็นสิ่งจำเป็นไปอีกนานหลายสิบปี
การปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าหากลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชีย ร่วมกับการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอินเดีย จึงเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่มีความคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เพราะแทนที่พวกเขาจะดันทุรังเข้าไปแข่งขัน ในส่วนตลาดที่กำลังมีแนวโน้มหดตัวและลดความนิยมลง ทาง UAE กลับเลือกที่จะสถาปนาตนเองเป็นผู้เล่นหลัก ในตลาดที่มีอัตราการขยายตัวและมีความต้องการซื้ออย่างมหาศาล
บทสรุปส่งท้าย สิ่งที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องนำไปปรับใช้ในองค์กร
จากกรณีศึกษาการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงความเร็วในการสร้างท่อส่งน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงวิกฤต มีข้อคิดและแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่คนทำธุรกิจรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพทุกคน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของตนเอง:
ท้ายที่สุดนี้ คำถามสำคัญที่คุณต้องกลับมาทบทวน ในโครงสร้างการทำงานหรือโมเดลธุรกิจปัจจุบันของคุณ มีจุดเปราะบางหรือมี "ช่องแคบฮอร์มุซ" read more ของตัวเอง แฝงอยู่และพร้อมที่จะปะทุขึ้นมาเมื่อเกิดวิกฤตหรือไม่? และในวันนี้ คุณพร้อมที่จะเริ่มต้นลงมือพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยและความยั่งยืนให้กับธุรกิจของคุณแล้วหรือยัง?